วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2020

ฝึกฝนตนเองในชีวิตแห่งความเชื่อ
TRAINING YOURSELF IN THE FAITH-LIFE

แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะไม่เป็นที่พอพระทัยเลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้านั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระองค์ (ฮีบรู 11:6)

พระคัมภีร์กล่าวว่า “คนชอบธรรมจะดำเนินชีวิตอยู่โดยความเชื่อ” นั่นหมายความว่าความเชื่อคือวิถีชีวิตของเรา ดังนั้นคุณจะต้องฝึกฝนตัวเองในชีวิตแห่งความเชื่อ เมื่อคุณเข้ามาในพระคริสต์ พระเจ้าได้มอบชีวิตที่สมบูรณ์แบบให้แก่คุณและสำแดงให้คุณเห็นถึงวิธีในการดำเนินชีวิตนั้นอย่างเต็มที่ น้ำพระทัยของพระองค์คือการให้คุณรับผิดชอบและควบคุมชีวิตของคุณด้วยทุกสิ่งที่ได้ผลสำหรับคุณ แต่ขอบเขตที่คุณดำเนินชีวิตนั้นเป็นหน้าที่ของความเชื่อของคุณ นั่นเป็นสาเหตุที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณจะต้องเข้าใจว่าความเชื่อทำงานอย่างไรและเรียนรู้ที่จะใช้สิ่งที่คุณมี

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณรู้สึกไม่สบายตัวในร่างกายของคุณ สิ่งแรกที่ไม่ควรทำคือโทรศัพท์ไปหาหมอหรือรีบไปที่ร้านขายยา จงพูดกับร่างกายของคุณว่า “ฉันพูดถึงความสมบูรณ์แบบ สุขภาพ และความสมบูรณ์ในทุกระบบของร่างกายฉัน สิ่งเหล่านั้นตอบสนองต่อชีวิตของพระเจ้าในตัวฉันและทำหน้าที่อย่างถูกต้องในพระนามของพระเยซู!” จงยึดพระคำเอาไว้ แล้วคุณจะมีคำพยานอย่างแน่นอน!

บางครั้งเมื่อผู้คนเผชิญหน้ากับความท้าทาย พวกเขาจะพูดว่า “ฉันได้กำลังใช้ความเชื่อของฉันแล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขากำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ความเชื่อของพวกเขาเกิดผล จงพูดคำที่เต็มไปด้วยวามเชื่อก่อนที่ปัญหาจะปรากฏขึ้น เพื่อที่เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น ความเชื่อของคุณจะมั่นคง

จงเรียนรู้จากพระเยซู พระองค์พูดกับต้นไม้ ลม คลื่น น้ำ ปลา อาหารฯลฯ ทำให้เรารู้ว่าทุกสิ่งในชีวิตมีสติปัญญาและเสียงสื่อถึงพลังงาน ดังนั้นนอกจากการพูดคุยกับร่างกายของคุณให้มีสุขภาพดี จงเรียนรู้ที่จะพูดกับสิ่งต่างๆในบ้าน เครื่องมือที่ใช้ทำงาน เงินของคุณทุกสิ่งที่อยู่ภายใต้การดูแลและการรักษาของคุณ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีสติปัญญา จงใช้ปากของคุณเพื่อรักษาคุณค่าของสิ่งเหล่านี้และทำให้สิ่งเหล่านี้สมบูรณ์แบบ

ไม่สำคัญว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใด จงยึดพระคำเอาไว้ จงพูดถ้อยคำแห่งความเชื่อต่อไป และผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวที่สามารถรับประกันได้ก็คือชัยชนะแห่งความเชื่อของคุณ ฮาเลลูยา!

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

ฉันตั้งใจที่จะไม่สนใจสถานการณ์ชั่วคราว และเปลี่ยนการมองของฉัน และพุ่งความสนใจไปที่ความเป็นจริงนิรันดร์แห่งแผ่นดินสวรรค์ของเรา ความเชื่อของฉันเติบโตขึ้นโดยพระคำ มีชัย และได้รับชัยชนะ ฉันพูดความสมบูรณ์แบบต่อสุขภาพ การเงิน ครอบครัวของฉัน และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฉัน และสิ่งเหล่านั้นตอบสนองต่อการป่าวประกาศที่เต็มไปด้วยความเชื่อของฉัน ในพระนามของพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

ฮีบรู 10:38; 2 โครินธ์ 4:18

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

 ยอห์น 10:22-42 & 2 พงศ์กษัตริย์ 8-9

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

1 โครินทร์ 11:20-29 & สุภาษิต 18


วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2020        

จงยอมจำนนต่อพระองค์
YIELD YOURSELF TO HIM

อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม แต่จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนคนที่เป็นขึ้นมาจากตายแล้ว และจงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า บาปจะไม่ครอบงำพวกท่านต่อไป เพราะว่าท่านไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณ (โรม 6:13-14)

คำภาษากรีกที่แปลว่า “ยก” ข้างบนคือ “ปาริสเตมิ” (Paristemi) ซึ่งหมายถึงถวายด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคุณต้องถวายตัวเองต่อพระเจ้าในฐานะผู้ที่มีชีวิตรอดจากความตาย คุณอาจถามว่า “ทำไมฉันจึงต้องถวายตัวเองต่อพระเจ้าอีก? การยอมรับความรอดของพระองค์นั้นไม่เพียงพอหรือ?”

ประการแรก องค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งให้เราถวายตัวเองต่อพระองค์ หมายความว่าพระองค์ทรงเลือกเราเพื่อวัตถุประสงค์นี้ คุณไม่สามารถให้ในสิ่งที่พระเจ้าไม่ต้องการหรือไม่ได้เลือก ในอำนาจอธิปไตยของพระเจ้า พระองค์สั่งให้เราถวายตัวเองต่อพระองค์ จึงเป็นหน้าที่ที่ทำให้เราต้องทำเช่นนั้น ประการที่ 2 เรามีพระเยซูเป็นแบบอย่างให้ทำตาม ผู้​ทรง​ถวาย​พระ​องค์​เอง​ที่​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ​แด่​พระ​เจ้า​โดย​พระ​วิญ​ญาณ​นิรันดร์… (ฮีบรู 9:14)

นอกจากนี้ใน โรม 6:9-10 เราอ่านพบว่า “…พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​คริสต์​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ตาย แล้ว​พระ​องค์​จะ​ไม่​ตาย​อีก ความ​ตาย​จะ​ไม่​มี​อำ​นาจ​เหนือ​พระ​องค์​ต่อ​ไป ด้วย​ว่า​ซึ่ง​พระ​องค์​ได้​ทรง​ตาย​นั้น​พระ​องค์​ได้​ทรง​ตาย​ต่อ​บาป​ครั้ง​เดียว​เป็น​พอ แต่​ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​ชีวิต​อยู่​นั้น พระ​องค์​ทรง​ชีวิต​สนิท​กับ​พระ​เจ้า แบบเดียวกับที่พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปครั้งเดียวและตอนนี้ดำเนินชีวิตอยู่กับพระเจ้า เราต้องพิจารณาตัวเราเองว่าได้ตายต่อความบาป แต่ดำเนินชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า (เพราะจริงๆ เราเป็นอย่างนั้น) ในอีกนัยหนึ่งคือคุณต้องดำเนินชีวิตเพื่อพระองค์และกับพระองค์ เพราะว่าคุณเป็นของพระองค์

พระเยซูไม่ได้เพียงแค่ส่งทูตสวรรค์มาช่วยคุณให้รอด พระองค์เข้ามารับการลงโทษแทนคุณและสิ้นพระชนม์แทนคุณ พระองค์จ่ายราคาที่สูงที่สุดเพื่อคุณ การยอมรับความรอดที่พระองค์ได้ซื้อมาให้คุณด้วยชีวิตของพระองค์ คุณต้องยอมรับความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับสิ่งนี้และดำเนินชีวิตแบบคนที่เข้าใจถึงราคาและคุณค่าของการเสียสละนั้น และคุณทำอย่างนั้นโดยการอุทิศชีวิตของคุณให้กับพระองค์โดยการดำเนินชีวิตเพื่อพระองค์และรับใช้พระองค์ด้วยความทุ่มเทสุดหัวใจที่จะรักษาพระคำของพระองค์ ทำให้น้ำพระทัยของพระองค์สำหรับชีวิตของคุณสำเร็จ และผลิตผลแห่งความชอบธรรม ฮาเลลูยา!

คำอธิษฐาน

สาธุการพระเยซู ขอบพระคุณสำหรับราคาที่สูงที่สุดที่พระองค์ทรงจ่ายเพื่อความรอดของข้าพระองค์ และทำให้ข้าพระองค์ได้รับของประทานแห่งความชอบธรรม ข้าพระองค์ถวายตัวให้แก่พระองค์เป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต บริสุทธิ์ และเป็นที่พอพระทัยเพื่อเป็นเครื่องมือแห่งความชอบธรรมเพื่อสถาปนาน้ำพระทัยของพระองค์และสำแดงให้เห็นถึงความดีงาม ความเมตตา และพระคุณของพระองค์ในแผ่นดินโลก อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

โรม 12:1; โรม 6:19

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

 ยอห์น 10:1-21 & 2 พงศ์กษัตริย์ 6-7

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

1 โครินทร์ 11:12-19 & สุภาษิต 17


วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2020                      

คุณรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณ
YOU’RE RESPONSIBLE FOR YOUR LIFE

ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น โดยความเชื่อนี้เองคนสมัยก่อนจึงได้รับการรับรองจากพระเจ้า โดยความเชื่อ เราจึงเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างจักรวาล ด้วยพระดำรัสของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่ไม่ปรากฏให้เห็น (ฮีบรู 11: 1-3)

ข้อพระคัมภีร์หลักของเรานั้นมีประโยชน์ ซึ่งสำแดงให้เราเห็นถึงหลักการแห่งความเชื่อที่สำคัญ ซึ่งสามารถทำให้ชีวิตของคุณเป็นเลิศจากพระสิริสู่พระสิริ ข้อนี้บอกว่าสิ่งต่างๆที่เห็นได้ชัดจากดวงตาธรรมชาติของเรานั้นไม่ได้เกิดจากสิ่งที่ปรากฏให้เห็น นั่นคือสิ่งเหล่านี้มาจากสิ่งที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยประสาทสัมผัส บริบทสำแดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มาจากคำพูด เพราะว่าข้อนี้กล่าวว่า โดยความเชื่อ เราจึงเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างจักรวาล ด้วยพระดำรัสของพระองค์

ในปฐมกาล 1 เราอ่านพบว่าพระเจ้าตรัสและนำระเบียบ ความงดงาม และโครงสร้างมาสู่โลกที่ไร้รูปร่าง วุ่นวาย และอยู่ในความมืด พระองค์วางกรอบให้แก่โลก ในทำนองเดียวกันชีวิตของคุณและอนาคตของคุณได้รับการวางกรอบ แต่คราวนี้เกิดขึ้นโดยคุณเอง คุณจะเป็นอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปีข้างหน้าได้ถูกวางแผนและจัดวางไว้แล้วไม่ใช่โดยคนอื่น แต่โดยคุณเอง! และถ้าคุณไม่ชอบสิ่งที่คุณมีในตอนนี้ (นั่นคือสิ่งที่ชีวิตของคุณเป็น) คุณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

บางคนอาจโต้แย้งกับสิ่งนี้ แต่พระคำของพระเจ้าทำให้เรารู้ว่ามันเป็นอย่างนั้น คุณวางแผนชีวิตที่คุณกำลังดำเนินอยู่ด้วยคำพูดของคุณ วันนี้คุณเป็นอย่างที่คุณบรรยายถึงตัวเองไว้เมื่อหลายปีก่อน คุณมีความรับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตที่คุณมีในวันนี้ แน่นอนว่าจะมีปัจจัยอื่นอีกหลายอย่างที่มีอิทธิพลด้วย นั่นคือสังคมวิทยา สิ่งแวดล้อม ครอบครัวฯลฯ แต่สิ่งเหล่านั้นก็ให้แค่พื้นฐานแก่คุณเท่านั้น นั่นคือสิ่งเหล่านั้นเป็นวัสดุซึ่งใช้ในการสร้างชีวิตของคุณ ในที่สุดแล้วสิ่งที่คุณสร้างบนโครงสร้างย่อยนั้นก็มาจากคุณเอง

ถ้าคุณไม่ได้กำลังมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมที่คุณพอใจจริงๆ คุณก็สร้างมันขึ้นมา ถ้าคุณกำลังดำเนินชีวิตอยู่ในความพ่ายแพ้และเป็นเหยื่อ นั่นก็เป็นผลมาจากการทำงานของลิ้นของคุณ พระเจ้าไม่ได้รับผิดชอบต่อชีวิตที่คุณดำเนินอยู่ พระองค์ประทานนิมิตให้แก่คุณ พระองค์สำแดงให้คุณเห็นภาพและให้คุณรู้ว่าพระองค์ต้องการให้คุณมีชีวิตแบบไหน พระองค์อาจจะเจาะจงและบอกคุณอย่างชัดเจนว่าพระองค์ต้องการให้ชีวิตของคุณเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามพระองค์ก็จะไม่สร้างสิ่งนั้นแทนคุณ พระองค์จะส่งมอบวัสดุและเครื่องมือที่จำเป็นเข้าไปในมือของคุณเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีวัสดุที่คุณจะต้องได้รับ และพระองค์จะบอกคุณว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่ที่ไหนและแสดงวิธีที่จะได้รับสิ่งเหล่านั้น เป็นความรับผิดชอบของคุณที่จะค้นหาสิ่งเหล่านั้น ครอบครองสิ่งเหล่านั้น และใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อสร้างชีวิตแห่งชัยชนะของคุณ

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

ฉันดูแลชีวิตของฉันและทำให้เป็นอย่างที่ฉันต้องการซึ่งสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับฉัน ฉันให้รูปร่าง ความงดงาม และระเบียบต่อโลกของฉันผ่านทางพลังแห่งคำพูดของฉัน ฉันดำเนินชีวิตอยู่ในความชอบธรรม ชัยชนะ สุขภาพ ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรือง ในพระนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

กิจการ 20:32; มาระโก 11:23

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

 ยอห์น 9:1-14 & 2 พงศ์กษัตริย์ 4-5

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

1 โครินทร์ 11:1-11 & สุภาษิต 16


วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2020               

คุณเป็นของพระองค์

YOU BELONG TO HIM

เพราะว่าพระเจ้าทรงซื้อท่านไว้แล้วด้วยราคาสูง ฉะนั้น จงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของพวกท่านเถิด (1 โครินธ์ 6:20)

ฉันชอบเรื่องราวที่ฉันได้ยินเมื่อหลายปีก่อนจากพี่น้องชาวจีนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นการสำแดงที่ทรงพลังของการอุทิศถวายของเราแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าและความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์ เรื่องนั้นเริ่มที่ว่าเขากำลังเดินทางบนรถไฟขบวนเดียวกับสุภาพบุรุษ 3 คนที่ต้องการเล่นไพ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้คน 4 คน ดังนั้นพวกเขาจึงถามเขาว่า “คุณช่วยร่วมเล่นกับเราด้วยได้ไหม?” แต่เขาตอบว่า “โอ้ ขอโทษด้วยครับ ผมจะเล่นกับพวกคุณ แต่ผมไม่ได้เอามือมาด้วย”

พวกเขาพูดด้วยความสับสนว่า “คุณไม่ได้เอามือของคุณมาด้วยหรือ?” เขายืนยันว่า “ไม่ครับ ผมไม่ได้เอามา” พวกเขาตั้งใจมองที่เขา ดูเหมือนกับว่าเขาจะสมบูรณ์ดีและมือของเขาก็ไม่เหมือนกับมือเทียม พวกเขาถามว่า “แล้วมือพวกนี้ล่ะ?” เขาตอบว่า “มือนี้ไม่ใช่ของผมครับ”  ตอนนี้พวกเขาคิดว่าเขาบ้า เมื่อรู้ถึงความคิดของพวกเขา เขาก็พูดและอธิบายอย่างรวดเร็วว่า “ผมได้ถูกซื้อไว้แล้ว ตอนนี้ผมเป็นของพระเยซู ตอนนี้มือคู่นี้เป็นของพระองค์ และผมใช้มือคู่นี้เพื่อสิ่งที่พระองค์ต้องการเท่านั้น” หลังจากนั้นเขาก็พูดต่อและอธิบายข่าวประเสริฐให้พวกเขาฟังเพื่อต้อนรับพระคริสต์

ช่างเป็นความคิดที่งดงามอะไรเช่นนี้! ความคิดของพี่ชายคนนี้มีช่างดีเหลือเกิน! นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเข้าใจความสำคัญของความรอดที่คุณได้รับจากพระคริสต์ คุณรับรู้ว่าคุณไม่ใช่เจ้าของตัวของคุณเอง คุณไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไป แต่พระคริสต์ทรงดำเนินชีวิตผ่านทางคุณ คุณเป็นของพระองค์ และสามารถทำเฉพาะสิ่งที่พระองค์ทรงอนุมัติเท่านั้น นั่นคือเฉพาะสิ่งที่ทำให้พระองค์พอพระทัยเท่านั้น คุณถวายพระสิริแด่พระองค์ในวิญญาณ จิตใจ และร่างกายของคุณ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของพระองค์ ฮาเลลูยา!

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

ฉันถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว ฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไป แต่พระคริสต์ทรงดำเนินชีวิตอยู่ในและผ่านทางฉัน ดังนั้นฉันจึงถวายร่างกายของฉันเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต บริสุทธิ์ และเป็นสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพอพระทัย ซึ่งเป็นการมัสการที่สมเหตุสมผลของฉัน ฉันถวายพระสิริแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยวิญญาณ จิตใจ และร่างกายของฉัน ด้วยการทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นช่องทางสำหรับความชอบธรรมของพระองค์ ฮาเลลูยา!

ศึกษาเพิ่มเติม

กาลาเทีย 2:20; 1 โครินธ์ 6:19-20

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

 ยอห์น 8:48-59 & 2 พงศ์กษัตริย์ 1-3

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

 1 โครินธ์ 10:22-33 & สุภาษิต 15


วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2020

ถ้าพระองค์ไม่ได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของทุกสิ่ง พระองค์ก็ไม่ได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่งใดเลย
IF HE ISN’T LORD OF ALL, HE ISN’T LORD AT ALL

เรื่องที่พระองค์ทรงฝากไว้กับพวกอิสราเอลคือการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องสันติสุขโดยทางพระเยซูคริสต์ (ผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือคนทั้งหลาย) (กิจการ 10:36) 

ชายคนหนึ่งพึ่งจะมอบถวายชีวิตของเขาให้กับพระคริสต์ แต่ก็ยังคงถูกมารตะลุมบอนอยู่ เขาร้องเรียกองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยการบ่นว่า “ข้าพระองค์คิดว่ามีพระองค์ในบ้านของข้าพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ก็จะไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว!” ในการตอบสนององค์พระผู้เจ้าทรงสำแดงให้เขาเห็นชายคนหนึ่งที่มอบถวายห้องหนึ่งห้องในบ้านทั้งหลังของเขาให้แก่พระองค์ ในการเปิดเผยสำแดงนั้นพระเจ้าทรงอยู่ในห้องนั้น ขณะที่มารเข้ามาในบ้านหลังนั้น ต่อสู้กับชายคนนั้นและทำให้เขาบาดเจ็บ

ชายคนนั้นคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้และพูดว่า “เอาล่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ถวายห้องให้พระองค์เพิ่มอีก 3 ห้อง” คืนนั้นมารกลับมาอีกครั้งและรบกวนเขา คราวนี้เขาโกรธพระเจ้า เขาถามด้วยความโกรธว่า “ตอนนี้ข้าพระองค์ได้ถวายห้องให้แก่พระองค์ 4 ห้องแล้ว และพระองค์ก็ยังอนุญาตให้มารเข้ามาได้ ข้าพระองค์ควรจะทำอย่างไร?” หลังจากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ตอบเขาอย่างสุภาพว่า “บ้านนี้ไม่ใช่ของฉัน เจ้าได้มอบห้อง 4 ห้องในบ้านของเจ้าให้แก่เรา และมารไม่สามารถเข้าไปในห้องเหล่านั้นได้”

ในที่สุดชายคนนั้นก็เข้าใจและพูดว่า “เอาล่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ขอมอบบ้านทั้งหลังให้แก่พระองค์ ตอนนี้ทั้งหมดนี้เป็นของพระองค์แล้ว” คืนต่อมามารกลับมาอีกครั้ง แต่ตอนนี้มีเจ้าของใหม่แล้ว พระเจ้าอยู่ที่ประตู และมารไม่สามารถเข้ามาได้ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อพระเยซูทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่งในชีวิตของคุณ

คริสเตียนไม่ใช่แค่การยอมรับอย่างสบายๆ ว่าพระเยซูคริสต์เป็นผู้ช่วยให้รอดของคุณเท่านั้น พระองค์ต้องการเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า (นายหรือเจ้านาย) ในชีวิตของคุณด้วยไม่ใช่แค่ทางกฎหมายแต่ในชีวิตจริงด้วย ถ้าพระองค์ไม่ได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งชีวิตของคุณและทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคุณ พระองค์ก็ไม่ได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย! พระองค์พูดใน ลูกา 9:23 ว่า ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​มา​ติด​ตาม​เรา ให้​คน​นั้น​ปฏิ​เสธ​ตน​เอง รับ​กาง​เขน​ของ​ตน​แบก​ทุก​วัน​และ​ตาม​เรา​มา ทุกวันนี้ส่วนใหญ่แล้วประโยคนี้ถูกตีความว่าเป็นการอดทนต่อการข่มเหง การเยาะเย้ย การกลั่นแกล้ง และการวิพากษ์วิจารณ์ที่โลกทำต่อเรา แต่ในช่วงเวลาของพระเยซู “การแบกกางเขน” หมายถึงการไปตายโดยการถูกตรึงที่ไม้กางเขน พระเยซูหมายถึงสิ่งนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ชัดเจนในประโยคถัดไปของพระองค์ว่า เพราะ​ว่า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เอา​ชีวิต​รอด คน​นั้น​จะ​เสีย​ชีวิต แต่​ใคร​ยอม​เสีย​ชีวิต​เพราะ​เห็น​แก่​เรา คน​นั้น​จะ​ได้​ชีวิต​รอด(ลูกา 9:24)

คริสเตียนที่แท้จริงไม่ได้เป็นความสัมพันธ์ที่เรียบง่ายสบายๆ แต่เป็นความทุ่มเทที่จริงจังต่อพระคริสต์และเจตนาของพระองค์ คุณจะต้องมอบทุกอย่างให้แก่พระองค์และดำเนินชีวิตเพื่อพระองค์อย่างเต็มที่และแท้จริง ฮาเลลูยา!

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

ฉันป่าวประกาศอย่างกล้าหาญว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของชีวิตฉัน พระองค์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือการเงิน ครอบครัว อาชีพ และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฉัน พระองค์เป็นทุกสิ่งของฉัน และชีวิตของฉันอยู่เพื่อพระสิริของพระองค์ในวันนี้และตลอดไป อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

ลูกา 9:23-24; มัทธิว 6:24; 1 ยอห์น 2:15-17

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

ยอห์น 8:31-47 & 1 พงศ์กษัตริย์ 22

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

1 โครินทร์ 10:14-21 & สุภาษิต 14