วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2020

เติบโตในความเชื่อของคุณ
GROW YOUR FAITH

พี่น้องทั้งหลาย เราต้องขอบพระคุณพระเจ้าเพราะท่านอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเรื่องสมควรยิ่งเพราะความเชื่อของท่านจำเริญขึ้น และความรักของท่านทุกคนที่มีต่อกันทวีขึ้นด้วย (2 เธสะโลนิกา 1:3)

การเพิ่มพูนขนาดของความเชื่อที่พระเจ้าได้มอบให้แก่คุณเป็นความรับผิดชอบของคุณ และวิธีที่จะทำสิ่งนั้นก็คือการเรียนรู้พระคำของพระเจ้าให้มากขึ้น “…ความ​เชื่อ​เกิด​ขึ้น​ได้​ก็​เพราะ​การ​ได้​ยิน และ​การ​ได้​ยิน​โดยพระคำของพระเจ้า(โรม 10:17)

ยิ่งคุณได้รับพระคำของพระเจ้าในวิญญาณของคุณน้อยลงเท่าไร คุณก็ยิ่งสำแดงความเชื่อขณะที่คุณเผชิญหน้ากับความท้าทายในชีวิตน้อยลงเท่านั้น ดังนั้นในทุกๆวันจงทำให้ความเชื่อของคุณเติบโตขึ้นด้วยการกินพระคำของพระเจ้าอย่างตะกละตะกลาม

คนบางคนเคยพูดว่า “ความเชื่อของฉันน้อยมาก นั่นเป็นสาเหตุที่บางครั้งฉันถึงรู้สึกอ่อนแอฝ่ายวิญญาณ” ถ้าอย่างนั้นก็จงทำให้ความเชื่อของคุณเติบโตขึ้น! นั่นคืองานของคุณอย่าคงอยู่ในระดับความเชื่อที่น้อยนั้น ความเชื่อน้อยสำแดงความกลัวและความสงสัยออกมา (มัทธิว 8:26) ในมัทธิว 14:31 ซีโมนเปโตรกำลังเดินบนน้ำไปที่พระเยซูจนกระทั่งเขาเห็นลมและคลื่น แล้วก็เริ่มจม พระคัมภีร์กล่าวว่าพระเยซูจึง “…​เอื้อม​พระ​หัตถ์​จับ​เขา​ไว้​ทัน​ที แล้ว​ตรัส​ว่า ช่าง​มี​ความ​เชื่อ​น้อย ท่าน​สง​สัย​ทำ​ไม?” (มัทธิว 14:31)

ความเชื่อน้อยเป็นฝ่ายเนื้อหนังหรือให้เหตุผลแบบเนื้อหนัง เราเห็นตัวอย่างนี้ในมัทธิว 16:6 เมื่อพระเยซูตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า “จง​สัง​เกต​และ​ระ​วัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟา​ริสี และ​พวก​สะ​ดู​สี​ให้​ดี” พระคัมภีร์กล่าวว่าพวกเขาให้เหตุผลต่อกันและกันว่า เพราะเราไม่มีขนมปัง (มัทธิว 16:7) พวกเขาไม่เข้าใจถึงสิ่งที่พระเยซูกำลังสอนอยู่และคิดว่าพระองค์หมายถึงขนมปังจริงๆ พระเยซูรับรู้ถึงเหตุผลฝ่ายเนื้อหนังของพวกเขาและพูดกับพวกเขาว่า พวก​ท่าน​ช่าง​มี​ความ​เชื่อ​น้อย​จริงๆ ทำไม​พวก​ท่าน​ถึง​พูด​กัน​เรื่อง​ไม่​มี​ขนม​ปัง?” (มัทธิว 16:8)

เมื่อคนที่มีความเชื่อน้อยรู้สึกไม่สบายท้อง เขาก็พูดอย่างรวดเร็วว่า “ฉันคิดว่ามันเป็นเพราะบางสิ่งที่ฉันกินหรือที่ฉันดื่ม” แต่พระเยซูยังตรัสอีกว่า ถ้า​พวก​เขา​กิน​ยา​พิษ​ใดๆ มัน​จะ​ไม่​ทำ​อัน​ตราย​แก่​พวก​เขา…” (มาระโก 16:18) พระเจ้าต้องการให้ความเชื่อของคุณแข็งแกร่ง ไม่อ่อนแอ และไม่น้อย ดังนั้นจงศึกษาและฝึกฝนพระคำของพระเจ้า นั่นเป็นวิธีที่จะทำให้ความเชื่อของคุณเข้มแข็ง จงเป็นเหมือนคนที่ถูกอธิบายไว้ในเธสะโลนิกา ซึ่งความเชื่อเติบโตขึ้นอย่างมาก และคนเหล่านั้นที่อยู่ในหอเกียรติยศแห่งความเชื่อ (ฮีบรู 11) ซึ่งใช้ความเชื่อของพวกเขาเพื่อความสำเร็จ

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

พระคำนั้นกำลังมีชีวิตและเกิดผลในตัวฉัน และเร้าความเชื่อในตัวฉันเพื่อเอาชนะความท้าทายและรักษาชีวิตแห่งชัยชนะในพระคริสต์ไว้ ฉันบังเกิดจากพระคำ ดังนั้นฉันจึงดำเนินชีวิตโดยพระคำ ขณะที่ฉันศึกษาและใคร่ครวญพระคำ ความเชื่อของฉันก็เข้มแข็งและพัฒนาขึ้นจากพระสิริสู่พระสิริ และพระพรของการปฏิบัติตามพระคำนั้นปรากฏอย่างชัดเจนในชีวิตของฉัน ในพระนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

กิจการ 20:32; โคโลสี 2:7

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

ยอห์น 13:1-30 & 2 พงศ์กษัตริย์ 20-22

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

1 โครินทร์ 13:1-13 & สุภาษิต 23


วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2020

จงตระหนักถึงฤทธิ์อำนาจในตัวคุณ
BE CONSCIOUS OF THE POWER IN YOU

แต่พวกท่านจะได้รับพระราชทานฤทธานุภาพ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นสักขีพยานของเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย ทั่วแคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก (กิจการ 1:8)

2 โครินธ์ 4:7 กล่าวว่า แต่​เรา​มี​ของ​ล้ำ​ค่า​นี้​อยู่​ใน​ภา​ชนะ​ดิน เพื่อ​ให้​เห็น​ว่าฤทธิ์​เดช​อัน​เลิศ​นั้น​เป็น​ของ​พระ​เจ้าไม่​ได้​มา​จาก​ตัว​เรา​เองมีฤทธิ์อำนาจอยู่ในตัวคุณ เอเฟซัส 3:20 กล่าวว่า ขอ​ให้​พระ​เกียรติ​มี​แด่​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สา​มารถ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้​มาก​ยิ่ง​กว่า​ที่​เรา​ทูล​ขอ​หรือ​คิด โดย​ฤทธา​นุภาพ​ที่​ทำ​กิจ​อยู่​ภาย​ใน​เรา...” ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าทั้งหมดกำลังทำงานอยู่ในตัวคุณ ไม่ใช่ในสวรรค์ แต่ในวิญญาณมนุษย์ที่ถูกสร้างใหม่ของคุณ ไม่มีการบอกว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง คุณสามารถไปได้ไกลแค่ไหน ขอบเขตความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองที่ไร้ขีดจำกัดของคุณ ถ้าคุณตระหนักรู้และใช้ฤทธิ์อำนาจที่อยู่ในตัวคุณ

สิ่งที่มีผลกระทบต่อคนจำนวนมากคือการขาดการตระหนักรู้ถึงบุคคลที่พวกเขาเป็นและสิ่งที่พวกเขามีอยู่ในตัวของพวกเขา การตระหนักรู้ถึงฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าในชีวิตของคุณคือพลังที่ทำให้เกิดขึ้น ถ้าคุณไม่ตระหนักรู้ว่าคุณเป็นใครและมีอะไรอยู่ในตัวคุณ สิ่งนี้ก็จะไม่ทำงานพระเยซูเจ้าทรงเดินบนแผ่นดินโลกด้วยการตระหนักรู้ถึงต้นกำเนิดและความเป็นพระเจ้าของพระองค์ พระองค์กล่าวในข้อพระคัมภีร์ตอนเริ่มต้นของเราว่า “ฤทธิ์อำนาจทั้งหมดทั้งในสวรรค์และในแผ่นดินโลกนี้ได้ถูกมอบไว้แก่เราแล้ว!” พระองค์รู้และกล่าวยืนยันตามนั้น

เมื่อพระองค์เข้าไปในธรรมศาลา พระองค์พูดว่า พระ​วิญ​ญาณ​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สถิต​กับ​ข้าพ​เจ้า เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​เจิม​ตั้ง​ข้าพ​เจ้า​ไว้ เพื่อ​นำ​ข่าว​ดี​มา​ยัง​คน​ยาก​จน พระ​องค์​ทรง​ใช้​ข้าพ​เจ้า​มา​ประ​กาศ​อิสร​ภาพ​แก่​พวก​เชลย ประ​กาศ​แก่​คน​ตา​บอด​ว่า​จะ​ได้​เห็น​อีก ปล่อย​ผู้​ถูก​บีบ​บัง​คับ​ให้​เป็น​อิสระ”  (ลูกา 4:18) ช่างเป็นการตระหนักรู้ที่ดีจริงๆ! เมื่อพระองค์ทำการป่าวประกาศนั้นมารก็ไม่สามารถต่อต้านได้ หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงเปล่งถ้อยคำที่นำการรักษาโรคและการฟื้นฟูสู่สภาพดีมาสู่คนป่วยและคนที่ถูกเบียดเบียน ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้า!

1 ยอห์น 4:17 กล่าวว่าพระ​องค์​ทรง​เป็น​เช่น​ไร เรา​ใน​โลก​นี้​ก็​เป็น​เช่น​นั้น ฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณนั้นตกเป็นของคุณ เพราะว่าคุณเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ คุณเป็นอวัยวะแห่งพระกาย เนื้อหนัง และกระดูกของพระองค์ คุณเป็นตัวแทนของแผ่นดินของพระองค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาอาศัยอยู่ในตัวคุณ ดังนั้นแผ่นดินของพระเจ้า ฤทธิ์อำนาจ พระสิริ ความชอบธรรม และการครอบครองของพระคริสต์จะถูกสำแดงในตัวคุณและผ่านตัวคุณ จงตระหนักรู้ถึงความเป็นจริงนี้ ฮาเลลูยา!

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

ฉันเป็นตัวแทนแห่งความเป็นพระเจ้า ทูตของพระคริสต์ ซึ่งบรรจุพระเจ้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม! ฉันปฏิเสธที่จะคิดถึงความล้มเหลว ความพ่ายแพ้หรือความเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าฉันตระหนักถึงฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าที่ดำรงอยู่ในตัวฉัน ผ่านทางการใคร่ครวญพระคำและการพูดภาษาแปลกๆ ฉันนำฤทธิ์อำนาจนั้นมาใช้กับทุกสิ่งและทุกพื้นที่ในชีวิตของฉัน ในพระนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

เอเฟซัส 3:20-21; 2 โครินธ์ 4:7

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

ยอห์น 12:20-50 & 2 พงศ์กษัตริย์ 18-19

 อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

 1 โครินทร์ 12:22-31 & สุภาษิต 22


วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2020

จงใช้สิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้แก่คุณ
USE WHAT HE GAVE YOU

เพื่อที่ว่าเพราะพระนามของพระเยซูนั้น ทุกชีวิตในสวรรค์บนแผ่นดินโลกและใต้พื้นแผ่นดินโลกจะคุกเข่าลงกราบพระองค์ (ฟิลิปปี 2:10)

ฉันได้เรียนรู้เร็วมากตั้งแต่ยังเป็นคริสเตียนวัยหนุ่มถึงวิธีทำให้พระคำของพระเจ้าเกิดผล ฉันต้องการใช้พระคำจัดการกับปัญหาและสถานการณ์ในทันที

ยกตัวอย่างเช่น ในเวลานั้นถ้าเท้าของฉันบังเอิญกระแทกกับบางสิ่งบางอย่าง ฉันจะวางมือบนมันทันทีและพูดว่า “หายแล้วในพระนามพระเยซู!” ฉันเรียนรู้ที่จะใช้สิทธิอำนาจ ฉันอาจยังคงมีอาการปวดอยู่บ้าง แต่ฉันพบว่าไม่มีอาการบวม และฉันรู้ว่ามันน่าจะบวม แทนที่จะแย่ลง มันกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว! ถ้าเป็นการถูกบาดและมีเลือดไหล ฉันก็จะพูดว่า “สมานแล้วในพระนามพระเยซู! ไม่มีเลือดไหล!” และฉันก็ทำสิ่งที่ฉันกำลังทำต่อไป

ขณะที่ฉันฝึกฝนพระคำเช่นนั้นและฉันเห็นผลลัพธ์ฉันก็เป็นพยานกับคนรอบข้าง แบ่งปันประสบการณ์ของฉันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของพระคำของพระเจ้า ฉันฝึกฝนพระคำบนร่างกายของฉันโดยใช้พระนามที่เอาชนะทุกอย่างของพระเยซูและสิทธิอำนาจที่พระองค์มอบให้แก่เรา ฉันจำได้ว่าคืนหนึ่งในขณะที่เป็นวัยรุ่นหลังจากที่เผชิญหน้ากับนักบวชจูจูและแท่นบูชาของพวกเขา ในขณะที่นอนหลับอยู่ฉันสัมผัสถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนฉัน นั่นเป็นการโจมตีฝ่ายวิญญาณ เป็นครั้งเดียวที่ฉันมีประสบการณ์แบบนั้น

ฉันพบว่าตัวเองกำลังต่อสู้ดิ้นรนที่จะร้องเรียกพระนามของพระเยซู แต่ฉันไม่สามารถอ้าปากได้ในที่สุดฉันก็สามารถทำให้สิ่งนั้นออกไปจากฉันได้เมื่อฉันร้องออกมาว่า “พระเยซู!” หลังจากนั้นฉันก็คุกเข่าลงและพูดว่า “มาร ในพระนามของพระเยซู แกจะไม่ทำอย่างนี้อีก และไม่ว่าแกจะอยู่ที่ไหน ฉันผูกมัดแกในพระนามของพระเยซู! อย่าทำอย่างนี้อีก!”

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยและจะไม่เกิดขึ้น จงใช้สิ่งที่คุณมี จงใช้พระนามของพระเยซู มิฉะนั้นมารก็จะทำให้คุณตกเป็นเหยื่อ จงใช้พระนามนั้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านของคุณ จงใช้สิ่งนี้เพื่อเปลี่ยนสถานะทางธุรกิจของคุณ จงครอบครองและปกครองเหนือสถานการณ์ต่างๆในพระนามของพระองค์ ฮาเลลูยา!

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานฤทธิ์อำนาจให้แก่ฉันในการเหยียบงูและแมงป่องและเหนือความสามารถทั้งหมดของศัตรู และไม่มีสิ่งใดทำอันตรายแก่ฉันได้ ด้วยพระนามของพระเยซูซึ่งมีชัยเหนือทุกสิ่ง ฉันปกครองและครอบครองเหนือมารและสถานการณ์ต่างๆของชีวิต ในพระนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

ฟิลิปปี 2:9-11; ลูกา 10:18-19

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

ยอห์น 12:1-19 & 2 พงศ์กษัตริย์ 16-17

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

1 โครินทร์ 12:12-21 & สุภาษิต 21


วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2020                                                                                                                                                                                                                                                            

เหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของคุณ
YOUR REASON FOR BEING

จงเชื่อเราว่าเราอยู่ในพระบิดาและพระบิดาทรงอยู่ในเรา หรือมิฉะนั้นก็จงเชื่อเพราะกิจการเหล่านั้น (ยอห์น 14:11)

สิ่งหนึ่งที่ฉันเชื่อว่าพระเจ้าช่วยให้ฉันค้นพบตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยคือการค้นพบจุดประสงค์แห่งการมีชีวิตอยู่ของฉัน ฉันมักจะสงสัยว่า “ผู้คนจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ถ้าในที่สุดพวกเขาก็จะต้องตายอยู่ดี?” มันกลายเป็นคำถามที่ฉันต้องการคำตอบ เมื่อฉันศึกษาเรื่องพระเยซู ฉันก็อยากรู้ว่า “ทำไมพระเยซูถึงเสด็จมา?” เมื่อหลายปีผ่านไปฉันได้รับคำตอบสำหรับชีวิตโดยพระวิญญาณของพระเจ้า ฉันค้นพบว่าทำไมเราถึงมีชีวิตอยู่ และชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไป

ลองคิดอย่างนี้ว่า สิ่งใดในแผ่นดินโลกที่คุณคิดว่าจะดำรงอยู่และเป็นรางวัลตลอดชั่วนิรันดร์? คุณต้องการให้โลกทั้งใบนี้เป็นของคุณไหม? มีคนที่มาก่อนหน้าคุณที่ได้โลกทั้งใบ ลองคิดถึงฟาโรห์ ซีซาร์ พวกเขาปกครองโลกนี้ พวกเขามีทุกสิ่ง ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้า แต่คุณรู้อะไรไหม? เมื่อถึงเวลาของพวกเขา พวกเขาก็จากไป และทุกอย่างก็จบลง ดังนั้นคุณต้องการอะไรในชีวิตนี้? เสียงปรบมือของมนุษย์? ชื่อเสียง? ความพึงพอใจของตัวเอง? มีคนมากมายที่มีสิ่งเหล่านั้นอย่างบริบูรณ์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างอะไรเลย

จนกว่าคุณจะได้ค้นพบจุดประสงค์แห่งชีวิตของคุณ คุณก็ยังไม่ได้ดำเนินชีวิตจริงๆ การสามัคคีธรรมกับพระเจ้าเป็นความคิดอย่างหนึ่ง การสามัคคีธรรมกับพระเจ้าไม่ใช่แค่การเป็นเพื่อนกับพระองค์ ไม่ใช่แค่ใกล้ชิดกับพระองค์เท่านั้น สิ่งนี้คือการเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ เป็นหนึ่งเดียวในวัตถุประสงค์และการแสวงหา นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณเคยรู้จัก การอยู่ในการสามัคคีธรรมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าและเกี่ยวข้องกับพระองค์ในฐานะบุคคลที่คุณรู้จักและรู้จักคุณ นั่นคือเหตุผลสำหรับชีวิต การรู้ว่าพระเจ้าทรงรักคุณและคุณรักพระองค์และเดินไปกับพระองค์ การเข้าใจว่าการอยู่ในพระเจ้าและพระเจ้าอยู่ในคุณนั้นหมายความว่าอย่างไร นี่คือคำอธิษฐานของพระเยซูต่อพระบิดาเกี่ยวกับเรา “…เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน ดัง​เช่น​พระ​องค์​กับ​ข้า​พระ​องค์ (ยอห์น 17:22) สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์สามารถรู้ได้คือการค้นพบพระองค์ ค้นพบตัวของคุณเองในพระองค์ และค้นพบพระองค์ในตัวของคุณ หลังจากนั้นคุณก็สามารถพูดเหมือนกับพระเยซูว่า “​เรา​อยู่​ใน​พระ​บิดา ​และ​พระ​บิดา​ทรง​อยู่​ใน​เรา (ยอห์น 14:11) นั่นเป็นความสัมพันธ์ที่เปี่ยมไปด้วยพระสิริ ซึ่งเปลี่ยนการรับรู้ของคุณและทุกสิ่งเกี่ยวกับชีวิตของคุณ ด้วยความเข้าใจนี้คุณจะค้นพบสถานที่ของคุณในพระกายของพระองค์ พระกายของพระคริสต์และทำบทบาทนั้นให้สำเร็จ

คำอธิษฐาน

พระบิดาที่รัก ขอบพระคุณที่ทรงเรียกข้าพระองค์เข้าสู่การสามัคคีธรรมกับพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ ตอนนี้ข้าพระองค์สามารถป่าวประกาศอย่างกล้าหาญว่าข้าพระองค์อยู่ในพระองค์และพระองค์อยู่ในข้าพระองค์ ช่างเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่! ความทุ่มเทและความปรารถนาของข้าพระองค์คือการทำให้พระองค์พอพระทัยกับชีวิตของข้าพระองค์ตามที่พระองค์ได้ลิขิตไว้สำหรับข้าพระองค์ด้วยการรู้ว่าในพระองค์ ข้าพระองค์มีชีวิตที่สมบูรณ์ ในพระนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

2 โครินธ์ 5:14-15; มาระโก 8:36-38

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

ยอห์น 11:17-57 & 2 พงศ์กษัตริย์ 13-15

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

 1 โครินทร์ 12:1-11 & สุภาษิต 20


วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2020                  

พระองค์เป็นทางออกเพียงเดียว
HE’S THE ONLY WAY OUT

ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย เพราะว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้นั้น ไม่โปรดให้มีท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า (กิจการ 4:12)

มีความบาปอยู่ 3 ชนิด ชนิดแรกคือความบาปตกทอด พระคัมภีร์กล่าวว่า เพราะ​เหตุนี้บาป​ได้​เข้า​มา​ใน​โลก​เพราะ​คนๆเดียว และ​ความ​ตาย​ก็​เกิด​มา​เพราะ​บาป​นั้น และ​ความ​ตาย​ก็​ได้​แผ่​ไป​ถึง​มวล​มนุษย์​ทุก​คน เพราะ​มนุษย์​ทุก​คน​ทำ​บาป(โรม 5:12) ความบาปของอาดัมได้ตกทอดไปถึงมนุษย์ทุกคน ทุกคนที่มาจากอาดัมเป็นทายาทแห่งการล่วงละเมิดของอาดัม ช่างน่ากลัวจริงๆ! แต่นั่นคือความเป็นจริง

ความบาปชนิดที่ 2 คือ “ความบาปที่ถูกกล่าวหา” ความบาปที่ถูกกล่าวหานั้นมีพี้นฐานอยู่บนธรรมบัญญัติ และคุณอาจไม่ใช่คนที่ทำความผิดนั้น ในโยชูวา 7 เราอ่านพบว่าคนอิสราเอลต้องจ่ายราคาที่สูงมากสำหรับความบาปที่เกิดขึ้นโดยคนเพียงคนเดียว การพิชิตชนชาติที่ยิ่งใหญ่ที่ผ่านมาทำให้ชนชาติอิสราเอลกำลังเตรียมพร้อมที่จะกำจัดประเทศที่มีขนาดเล็กกว่า ก่อนที่จะไปจับเยรีโค พระเจ้าได้สั่งพวกเขาว่า “เมื่อเจ้าไปถึงสถานที่นั้น อย่าเก็บสิ่งที่เป็นของพวกเขาไว้ จงทำลายทุกสิ่ง” (โยชูวา 7:11)

แต่อาคานเอาเสื้อคลุมและสิ่งของอื่นๆไปซ่อนไว้เพื่อตัวเอง (โยชูวา 7:21) และผลก็คือ? คนทั้งประเทศ (อิสราเอล) แพ้สงคราม ความบาปของชายคนนี้ทำให้คนทั่วประเทศถูกกล่าวหาไปด้วย นอกเหนือจากมรดกแล้วการล่วงละเมิดของอาดัมก็ทำให้มนุษย์ทุกคนถูกกล่าวหาด้วย คุณไม่จำเป็นต้องทำความผิดเอง มันเป็นความบาปของคนระดับเดียวกันทั้งหมด ทุกคนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนี้ มันเหมือนกับเมื่อประธานาธิบดีของประเทศคุณลงนามในข้อตกลงที่ไม่ดีหรือออกนโยบายที่ไม่ดี มันก็ส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศ

ความบาปชนิดที่ 3 คือ “ความบาปส่วนตัว” นี่คือสิ่งที่คุณทำเอง เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้มีธรรมชาติบาปและต้องการความรอด ถ้าชายคนหนึ่งบอกว่าเขาเป็นอิสระจากความบาปส่วนตัว แล้วความบาปตกทอดหรือความบาปที่ถูกกล่าวหาล่ะ? แต่ขอบพระคุณพระเจ้า! ความรอด การปลดปล่อยมนุษย์ออกจากธรรมชาติบาปและความชั่วช้าของความบาปและผลของมัน และการสร้างวิญญาณของเขาขึ้นมาใหม่ และการรื้อฟื้นการสามัคคีธรรมกับพระเจ้าถูกทำสำเร็จและเป็นไปได้ผ่านทางพระเยซูคริสต์! พระองค์เป็นทางออกเพียงเดียว!

นี่คือเหตุผลที่เราประกาศข่าวประเสริฐ เพื่อให้มนุษย์ทุกคนเชื่อในพระเยซูคริสต์และได้รับการอภัยบาปและชีวิตและธรรมชาติของพระเจ้า ฮาเลลูยา!

คำอธิษฐาน

องค์พระผู้เป็นเจ้าที่รัก ขอบพระคุณสำหรับสิทธิพิเศษในการรับข่าวประเสริฐซึ่งเป็นฤทธิ์อำนาจในการช่วยให้รอด การรักษาโรค และการบำบัดปลดปล่อยของพระองค์  ข้าพระองค์อธิษฐานเผื่อคนที่ไม่กลับใจในโลกนี้ให้เกล็ดหลุดออกจากตาของพวกเขาเพื่อรับรู้ถึงความผิดบาปของพวกเขาและยอมรับการจัดเตรียมเพื่อการอภัยบาปในพระคริสต์ของพระองค์ ในพระนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

กิจการ 13:38-39; โรม 10:9-10

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 1 ปี

 ยอห์น 11:1-16 & 2 พงศ์กษัตริย์ 10-12

อ่านพระคัมภีร์ให้จบใน 2 ปี

 1 โครินทร์ 11:30-34 & สุภาษิต 19