About rorthai

แล้วท่านจึงตอบข้าพเจ้าว่า ‘นี่เป็นพระวจนะของพระยาห์เวห์ที่ให้ไว้กับเศรุบบาเบลว่า ไม่ใช่ด้วยกำลัง ไม่ใช่ด้วยฤทธานุภาพ แต่ด้วยวิญญาณของเรา พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ (เศคาริยาห์ 4:6)

ในเอเฟซัส 5:18-19 อัครทูตเปาโลบอกเราว่า “และ​อย่า​เมา​เหล้า​องุ่น​ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​เสีย​คน แต่​จง​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ จง​ปรา​ศรัย​กัน​ด้วย​เพลง​สดุดี เพลง​นมัส​การ และ​เพลง​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ คือ​ร้อง​เพลง​และ​สดุดี​จาก​ใจ​ของ​พวก​ท่าน​ถวาย​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า”

ในขณะที่คุณศึกษาพระธรรมกิจการ คุณจะสังเกตเห็นว่าอัครทูตทำพันธกิจในพระนามของพระเยซู ด้วยพระคำของพระเจ้า และโดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้น วันนี้ก็เช่นเดียวกัน มีคนที่พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะประสบความสำเร็จด้วยกำลังและสติปัญญาตามธรรมชาติของตนเอง แต่ความสำเร็จที่แท้จริงก็หลบหนีไปจากพวกเขา นี่เป็นเพราะว่าพวกเขาทำหน้าที่จากจิตใจ มิติของประสาทสัมผัส ซึ่งจำกัดอย่างแท้จริง

ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดขึ้นโดยพระวิญญาณ ถ้าคุณได้พยายามที่จะประสบความสำเร็จด้วยพลังหรือความสามารถของคุณเองก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะเลิกต่อสู้ดิ้นรนและพึ่งพากลยุทธ์ของพระวิญญาณและพระปัญญาของพระองค์ที่จะนำทางคุณ 2 โครินธ์ 3:5 กล่าวว่า “ไม่​ใช่​เพราะ​มี​ความ​สา​มารถ​ใน​ตัว​เรา​เอง​ที่​จะ​ถือ​ว่า​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​เกิด​จาก​ตัว​เรา​เอง แต่​ความ​สา​มารถ​นั้น​มา​จาก​พระเจ้า”

ศักยภาพ ความสามารถ สติปัญญา และพระคุณของเราที่เราทำหน้าที่นั้นมาจากพระวิญญาณ จงไว้วางใจในพระองค์ คุณตั้งใจจะทำให้คริสตจักร กลุ่มเซลล์ หรือกลุ่มสามัคคีธรรมของคุณเติบโตได้อย่างไร? คุณตั้งใจที่จะทวีคูณการเงินของคุณหรือขยายธุรกิจของคุณอย่างไร? มันต้องเป็นโดยพระวิญญาณ! พระองค์จะทำให้คุณประหลาดใจขณะที่คุณเดินไปกับพระองค์และอนุญาตให้พระองค์แนะนำคุณในกิจการของคุณ พระองค์จะเปิดเผยถึงความเป็นจริงของแผ่นดินของพระเจ้าและความเป็นจริงของพระสิริของพระเจ้าให้แก่คุณ พระองค์คือกุญแจสู่ชีวิตแห่งชัยชนะที่ไม่สิ้นสุดและความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา

คำอธิษฐาน

พระบิดาในสวรรค์ที่รัก ขอบพระคุณสำหรับการทรงสถิตอยู่ภายในของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของข้าพระองค์ที่ทำให้ข้าพระองค์ทำและเดินในน้ำพระทัยที่สมบูรณ์แบบของพระองค์ ข้าพระองค์เต็มไปด้วยพระวิญญาณอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะมีประสิทธิภาพในการทำพันธกิจของข่าวประเสริฐ ด้วยการสื่อสารถึงการทรงสถิตของพระเจ้าต่อโลกของข้าพระองค์และนำพาดวงวิญญาณจำนวนมากเข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้า ในพระนามของพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

สุภาษิต 3:5-6; กิจการ 4:31; 1 โครินธ์ 14:2


พระเจ้าทรงทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

(2 โครินธ์ 5:21)

ความคิดเรื่องคนที่ถูกสร้างใหม่มีธรรมชาติบาปเป็นเรื่องปกติทั่วไปในหมู่คริสเตียนที่มองจากมุมมองของ “ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นคนบาป แต่ตอนนี้ฉันรอดแล้ว” แต่คนที่ถูกสร้างใหม่นั้นไม่ใช่มนุษย์ที่อยู่ในความบาปและในความมืด จริงๆแล้วคนๆนั้นได้ตายไปแล้วกับพระคริสต์

ธรรมชาติเก่าของความบาปได้ถูกตรึงไว้กับพระคริสต์และแทนที่ด้วยธรรมชาติแห่งความชอบธรรมของพระเจ้า “เรา​รู้​แล้ว​ว่า คน​เก่า​ของ​เรา​นั้น​ถูก​ตรึง​ไว้​กับ​พระ​องค์​แล้ว เพื่อ​ตัว​ที่​บาป​นั้น​จะ​ถูก​ทำ​ลาย​ให้​สิ้น​ไป และ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​ทาส​ของ​บาป​อีก​ต่อ​ไป” (โรม 6:6) เมื่อพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย คุณก็เป็นขึ้นมาพร้อมกับพระองค์ในชีวิตใหม่ นั่นคือธรรมชาติใหม่ ชีวิตในตัวคุณไม่ใช่ความต่อเนื่องของชีวิตเก่าหรือการผสมผสานระหว่างชีวิตเก่ากับชีวิตใหม่ แต่คือชีวิตใหม่อย่างสิ้นเชิง นั่นคือชีวิตใหม่แห่งความชอบธรรม สาธุการแด่พระเจ้า!

โรม 6:4 กล่าวว่า “เพราะ​ฉะนั้น เรา​จึง​ถูก​ฝัง​ไว้​กับ​พระ​องค์​แล้ว โดย​การ​รับ​บัพ​ติศ​มา​เข้า​ใน​การ​ตาย​นั้น เพื่อ​ว่า​เมื่อ​พระ​บิดา​ทรง​ให้​พระ​คริสต์​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ตาย​โดย​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์​แล้ว เรา​ก็​จะ​ได้​ดำ​เนิน​ตาม​ชีวิต​ใหม่​ด้วย​เหมือน​กัน” ไม่น่าแปลกใจที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ใน โคโลสี 3:10 ว่า “…​สวม​วิสัย​มนุษย์​ใหม่ที่​กำ​ลัง​ได้​รับ​การ​สร้าง​ขึ้น​ใหม่ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สร้างเพื่อ​ให้​รู้​จัก​พระ​เจ้า”

คุณเกิดมาชอบธรรมในพระเยซูคริสต์ พระองค์ใช้ความชอบธรรมของพระองค์แทนธรรมชาติบาปของคุณ พระราชกิจแห่งการทดแทนของพระองค์จัดการกับปัญหาบาปและทำให้เกิดคนที่ถูกสร้างใหม่ สายพันธุ์ใหม่ ถูกสร้างขึ้นใหม่ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้า!

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

ฉันบังเกิดจากพระเจ้าและมีธรรมชาติแห่งความชอบธรรมของพระองค์ในวิญญาณของฉัน พระเยซูทรงเป็นอย่างไรในพระสิริและความชอบธรรมของพระองค์ ฉันก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีธรรมชาติเก่าอยู่ภายในตัวฉัน เพราะว่าฉันได้บังเกิดเข้าสู่ชีวิตใหม่ ฉันเป็นความชอบธรรมของพระเจ้าในพระเยซูคริสต์ ได้รับการทรงเรียกเข้าสู่การมีส่วนร่วมในธรรมชาติของพระเจ้า ฮาเลลูยา!

ศึกษาเพิ่มเติม

โรม 8:1-4


พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ความเชื่อของท่านทั้งหลายอยู่ที่ไหน?” เขาก็กลัวและอัศจรรย์ใจพูดกันว่า “ท่านผู้นี้เป็นใครนะ ถึงสั่งลมกับน้ำได้ และมันก็เชื่อฟังท่าน? (ลูกา 8:25)

ชายหนุ่มคนหนึ่งป่วยหนักมากและคิดว่าเขาจะตาย ในเย็นวันศุกร์วันหนึ่งเขาถูกนำมาพบฉัน หลังจากอธิบายให้ฉันฟังว่าปัญหาคืออะไร ฉันพูดกับเขาว่า “มาพบฉันในวันอาทิตย์”

ต่อมาเมื่อเขาแบ่งปันคำพยาน เขากล่าวว่า “เมื่อศิษยาภิบาลคริสพูดกับฉันว่า  “มาพบฉันในวันอาทิตย์” ฉันรู้ว่าฉันจะไม่ตายก่อนวันอาทิตย์ เพราะว่าฉันจะต้อง ไปพบเขา” เขายึดมั่นในถ้อยคำว่าจะได้พบฉันในวันอาทิตย์ ในที่สุดเราก็ทำพันธกิจต่อเขา และเขาได้รับการฟื้นฟูอย่างน่าอัศจรรย์

นั่นเป็นวิธีการดำเนินชีวิตของคุณในพระคำของพระเจ้า นั่นคือคุณยึดพระคำจากพระเจ้าที่มาถึงคุณและทอดสมอชีวิตของคุณไว้ที่พระคำ คุณดำเนินชีวิตตามพระคำ นอกจากนี้ยังทำให้ฉันระลึกถึงประสบการณ์ระหว่างพระเยซูและเหล่าสาวกของพระองค์ในบางเหตุการณ์ พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ให้​พวก​เรา​ข้าม​ทะเล​สาบ​ไป​ฝั่ง​โน้น” (ลูกา 8:22) ในระหว่างแล่นเรือมีพายุมากจนเหล่าสาวกกลัวและร้องทูลต่อพระอาจารย์ว่า “พระ​อา​จารย์ พระ​อา​จารย์ เรา​กำ​ลัง​จะ​พินาศ”

พระอาจารย์ตอบสนองต่อพวกเขา คือ สิ่งที่เราอ่านในข้อพระคัมภีร์หลักของเรา พระองค์ถามพวกเขาว่า “ความเชื่อของเจ้าอยู่ที่ไหน?” คำถามของพระองค์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับลมและพายุ แต่พระองค์กำลังพูดว่า “ฉันบอกเจ้าว่าเรากำลังจะไปอีกฝั่งหนึ่ง และถ้าฉันบอกอย่างนั้น เราก็ต้องมาถึงอีกฝั่งหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงลมพายุที่พัดแรง เราจะไม่พินาศระหว่างทาง!” พระองค์กำลังพูดว่า “พวกเจ้าควรพึ่งพิงในคำพูดของฉัน”

มันไม่แตกต่างว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นรอบตัวคุณ จงปฏิเสธที่จะตื่นตระหนก อย่ากระวนกระวายกับลมเศรษฐกิจหรือการเมืองรอบตัวคุณ จงยึดมั่นอยู่ในพระคำของพระเจ้า จงดำเนินชีวิตอยู่บนพระคำของพระเจ้า จงดำเนินชีวิตบนพระคำของพระองค์และรู้ว่าจนกว่าคุณจะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จก็จะไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งคุณได้ ไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำลายคุณ จงไปทำธุรกิจของพระเจ้า ประกาศข่าวประเสริฐโดยปราศจากความกลัวและความรู้สึกถูกคุกคาม ผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าอาศัยอยู่ในตัวคุณ ฮาเลลูยา!

ถ้อยคำแห่งความเชื่อ

ฉันยอมจำนนต่อการพันธกิจของพระคำอย่างสิ้นเชิง และผ่านทางการศึกษาและการใคร่ครวญ พระคำนั้นผสมผสานกับวิญญาณของฉันและผลิตสิ่งที่ข้อความนั้นได้กล่าวถึงในตัวฉัน ฉันตอบสนองต่อสถานการณ์และสภาพแวดล้อมจากจุดยืนของพระคำ ดังนั้นฉันจึงดำเนินชีวิตอย่างมีชัยทุกวัน ในพระนามของพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

ลูกา 10:19; กันดารวิถี 14:9; สดุดี 22:28; มัทธิว 10:28


จงขอบพระคุณพระเจ้าคือพระบิดาอยู่เสมอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

 (เอเฟซัส 5:20)                                                         

สมองของมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือด้านขวาและด้านซ้าย ด้านซ้ายคือสิ่งที่คุณใช้ในการวิเคราะห์ คำนวณ และวางแผน นอกจากนี้ยังใช้ในการหาข้อแก้ตัว ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีงานที่คุณต้องทำให้สำเร็จ แต่คุณพูดว่า “ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะสามารถทำสิ่งนี้ให้สำเร็จได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้” นั่นคือสมองด้านซ้ายของคุณที่กำลังทำงานอยู่ มันหาสาเหตุของความสำเร็จหรือความล้มเหลว

ในอีกด้านหนึ่งสมองด้านขวาของคุณ คือสิ่งที่มองดูรูปภาพ สร้างจินตนาการ และให้คำตอบ มันผลิตความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความงดงาม สี แต่น่าเศร้าที่โลกรอบตัวเราส่วนใหญ่ถูกปกครองด้วยประสาทสัมผัส เราจึงถูกสอนให้ใช้เหตุผลมากขึ้น ดังนั้นคนส่วนใหญ่พึ่งพาสมองด้านการวิเคราะห์ของพวกเขา (ด้านซ้าย) และผลก็คือพวกเขาไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์ พวกเขาไม่ได้มีคำตอบที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตามเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องทราบว่าสมองด้านขวาของคุณสามารถถูกเปิดใช้งานได้ และหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการทำสิ่งนี้ให้สำเร็จก็คือสิ่งที่พระเจ้าทรงแสดงให้เราเห็นในข้อพระคัมภีร์หลักของเรา นั่นคือ “จงขอบพระคุณพระเจ้าคือพระบิดาอยู่เสมอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง… ” พระเจ้าทรงรู้เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างคุณ พระองค์ทรงรู้ว่าถ้าคุณขอบพระคุณอยู่เสมอ คุณก็จะมีทัศนคติที่ชื่นชมยินดีไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดและสามารถหาคำตอบและวิธีแก้ปัญหาได้ ที่นี่คุณจะเห็นสีสัน ความงดงาม และด้านที่สว่างกว่าของชีวิต

ดังนั้นจงเรียนรู้ที่จะขอบพระคุณเสมอสำหรับทุกสิ่ง มันไม่แตกต่างว่าคุณจะเป็นหนี้หรือหลายคนที่เป็นหนี้คุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ จงขอบพระคุณ! เจ้าของบ้านอาจแจ้งให้คุณทราบถึงการยกเลิกการเช่า อย่างไรก็ตามจงขอบพระคุณ! บางทีคุณอาจได้ยินว่า บริษัท หรือองค์กรที่คุณทำงานกำลังคัดคนงานออก และชื่อของคุณก็อยู่ในรายชื่อนั้น จงขอบพระคุณ! ไม่ว่าความท้าทายจะเป็นอย่างไร ก็จงขอบพระคุณ

พระคัมภีร์บอกให้เรารู้ว่าการขอบพระคุณในทุกกรณี คือ น้ำพระทัยของพระเจ้าในพระเยซูคริสต์สำหรับคุณ (1 เธสะโลนิกา 5:18) ฮีบรู 13:15 กล่าวว่า “เพราะ​ฉะนั้น ให้​เรา​ถวาย​คำ​สรร​เสริญ​เป็น​เครื่อง​บูชา​แด่​พระ​เจ้า​ตลอด​ไป​โดย​ทาง​พระ​องค์​นั้น คือ​ถวาย​ผล​จาก​ปาก​ที่ขอบพระคุณแก่พระ​นาม​ของ​พระ​องค์” เมื่อคุณมีทัศนคตินี้ ทัศนคติของการขอบพระคุณชีวิตของคุณก็จะเป็นชีวิตแห่งชัยชนะ พระสิริ ความชื่นชมยินดี และคำพยานที่ไม่มีที่สิ้นสุด ฮาเลลูยา!

คำอธิษฐาน

พระบิดาที่สมควรแก่การสรรเสริญ พระองค์ทรงพระคุณและกรุณา! จากส่วนลึกของหัวใจข้าพระองค์ขอบพระคุณสำหรับพระคุณ พระเมตตา พระปัญญา และฤทธิ์อำนาจซึ่งข้าพระองค์ใช้ในการดำเนินชีวิตในชัยชนะ และเจริญรุ่งเรืองในทุกสิ่งที่ข้าพระองค์ทำ ในพระนามของพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

1 เธสะโลนิกา 5:18; ฮีบรู 13:15; 1 พงศาวดาร 16:8-10


                                                                                                                             

จงพิจารณาตัวเองดูว่าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในความเชื่อหรือไม่ จงพิสูจน์ตัวเอง(2 โครินธ์ 13:5)

มีคนที่คิดว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าอนุญาตให้เกิดภัยพิบัติหรือมีส่วนในความโชคร้ายที่ผู้คนต้องทนทุกข์ มันเหมือนเพื่อนที่คร่ำครวญว่า “ฉันกำลังออกไปรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า ทำงานเพื่อพระองค์ทุกวัน ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังอนุญาตให้มารฆ่าลูกของฉัน” แต่นั่นไม่เป็นความจริง! องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้มีส่วนในความชั่วร้ายหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้คน นี่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของพระองค์ พระองค์เป็นความรักที่สำแดงออกเป็นตัวบุคคล ไม่มีความมืดในพระองค์

อะไรก็ตามที่คุณทนทุกข์ที่ไม่ได้สอดคล้องกับการจัดเตรียมของพระคริสต์ในข่าวประเสริฐไม่ได้มาจากพระเจ้า ชีวิตคือเรื่องฝ่ายวิญญาณ และคุณต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อและวิธีการใช้ความเชื่อของคุณ พระเยซูตรัสใน มัทธิว 17:20 ว่า “…ถ้า​พวก​ท่าน​มี​ความ​เชื่อ​เท่า​เมล็ด​มัส​ตาร์ด​เมล็ด​หนึ่ง พวก​ท่าน​จะ​สั่ง​ภูเขา​นี้​ว่า ‘จง​เคลื่อน​จาก​ที่​นี่​ไป​ที่​โน่น’ มัน​ก็​จะ​เคลื่อน​ไป และ​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​ไป​ไม่​ได้​สำ​หรับ​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​มี​เลย” นี่เป็นการป่าวประกาศที่เต็มไปด้วยอำนาจอธิปไตย ดังนั้นคำถามก็คือว่าคุณกำลังทำอะไรกับความเชื่อของคุณ? คุณทำให้ความเชื่อของคุณทำงานอย่างไร?

พระคัมภีร์กล่าวว่า “แต่​คน​ชอบ​ธรรม​ของ​เรา​นั้น​จะ​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่​ด้วย​ความ​เชื่อ…” ฮีบรู 10:38 การใช้ความเชื่อของคุณเพื่อจัดการกับวิกฤตการในชีวิตทุกวันเป็นความรับผิดชอบของคุณ ยากอบ 1:22 กล่าวว่า “แต่​จง​เป็น​ผู้​ประ​พฤติ​ตาม​พระ​วจนะ ไม่​ใช่​เป็น​เพียง​ผู้​ฟัง​เท่า​นั้น มิ​ฉะ​นั้น​จะ​เป็น​การ​หลอก​ตัว​เอง” การทำตามพระคำคือกุญแจสำคัญ  คุณปฏิบัติตามความเชื่อของคุณโดย “การทำตาม” พระคำ เราเป็นผู้ปฏิบัติตามพระคำ

ถ้าสิ่งต่างๆไม่ได้เกิดผลอย่างที่คุณคาดหวัง นั่นไม่ใช่ความผิดของพระเจ้าเพราะว่าพระองค์ทรงสมบูรณ์แบบ เนื่องจากพระองค์ทรงสมบูรณ์แบบ คุณจึงต้องตรวจสอบสิ่งอื่นว่าความผิดพลาดนั้นมาจากไหน เป็นได้ว่าคุณอาจไม่เข้าใจพระองค์หรือพระคำของพระองค์ดีพอ บางทีคุณอาจไม่ได้ทำในสิ่งที่พระองค์พูด หรืออาจจะไม่ใช่เวลาที่ถูกต้อง ดังนั้นสิ่งที่ถูกต้องที่คุณจะต้องทำก็คือการตรวจสอบความเชื่อของคุณเองตามที่คุณได้อ่านในข้อพระคัมภีร์หลักของเรา

ชีวิตแห่งความเชื่อที่มอบให้แก่เรานั้นไม่ใช่การหลอกลวง องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ซ่อนอยู่หลังความเชื่อเพื่อที่พระองค์จะไม่ทำในสิ่งที่พระองค์บอกว่าพระองค์ได้ทำแล้ว ความเชื่อเกิดผลเสมอ ถ้าไม่เกิดผลก็แสดงว่านั่นไม่ใช่ความเชื่อ ดังนั้นจงทำให้ความเชื่อของคุณเติบโตขึ้นโดยการเพิ่มพูนความรู้ของคุณในพระคำ

คำอธิษฐาน

พระบิดาที่รัก พระองค์ทรงสมบูรณ์แบบและไม่มีความแปรปรวนและเงาแห่งการเปลี่ยนแปลงในพระองค์ ข้าพระองค์รับผิดชอบต่อชีวิตของข้าพระองค์ด้วยการทำให้ความเชื่อของข้าพระองค์เติบโตขึ้นผ่านทางพระคำและทำให้เข้มแข็งขึ้นด้วยการใช้งาน ดังนั้นข้าพระองค์จึงทำให้เกิดชัยชนะและความมีชัยในทุกสถานการณ์และสภาพแวดล้อม ในพระนามของพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม

สดุดี 18:30; 2 โครินธ์ 1:20; ฮีบรู 13:8; มัทธิว 24:35;  ยากอบ 1:17