About rorthai

<a href=”http://rorthai.com/alatir/wp-content/uploads/2012/11/PastorChris02.jpg”><img src=”http://rorthai.com/alatir/wp-content/uploads/2012/11/PastorChris02.jpg” alt=”" title=”PastorChris02″ width=”92″ height=”140″ class=”alignleft size-full wp-image-548″/></a>พฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม 2017

<strong>คุณธรรม<strong>

Moral Excellence

                  “ด้วยเหตุนี้เอง พวกท่านจงพยายามอย่างที่สุดที่จะเอาคุณธรรมเพิ่มความเชื่อของพวกท่าน….” (2 เปโตร 1:5)

<!–more–>

 

                  <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คุณธรรมในข้อพระคำตอนต้นหมายถึงหลักการ ความดีหรือความดีเลิศ พระเจ้าต้องการให้คุณเพิ่มสิ่งนี้ให้กับความเชื่อของคุณ คุณมีความเชื่อแล้ว “อย่าคิดถือตัวเกินที่ตนควรจะคิดนั้น  แต่จงคิดอย่างสุขุมสมกับขนาดความเชื่อที่

พระเจ้าประทานแก่ท่าน…” (โรม 12:3) แต่เท่ากับความสำคัญของความเชื่อ ยังมีบางสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คุณเพิ่มให้กับความเชื่อของคุณ ถ้าคุณจะมีชีวิตที่เกิดผลและสง่าราศีที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือคุณธรรม

 

                  <p>พระเจ้าต้องการให้คุณดำเนินชีวิตโดยหลักการและบรรทัดฐานของพระเจ้า และคุณจะทำสิ่งนี้ได้ดีในการ “…พยายามอย่างที่สุดที่จะเอาคุณธรรมเพิ่มความเชื่อของพวกท่าน” นี่ไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณจะทำอย่างสบายๆ คุณจะต้องมีความพยายามและตั้งใจที่จะทำให้แน่ใจว่าชีวิตของคุณมีคุณธรรมอย่างสูง เป็นบรรทัดฐานและหลักการจากพระคำของพระเจ้า

 

                  <p>ยกตัวอย่างเช่น พระคำบอกเราว่าพระเยซูได้ไปที่บ้านของพระเจ้า คือธรรมศาลา เหมือนตามธรรมเนียมปฏิบัติในสมัยนั้น

(ลูกา 4:16) นั่นเป็นบรรทัดฐานของคุณหรือไม่? คุณมีสิ่งนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เป็นหลักการ ที่จะไปที่คริสตจักรในเวลาที่ต้องไปคริสตจักรหรือไม่? หรือว่าคุณไปในเวลาที่สะดวกเท่านั้น? บางคนไปคริสตจักรเฉพาะเวลาที่พวกเขารู้สึกอยากไป พวกเขาไม่มีบรรทัดฐาน พวกเขาขาดคุณธรรม

 

                  <p>อย่างไรก็ดี สำหรับพระเยซู เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับพระองค์ที่จะไปที่ธรรมศาลา คุณควรที่จะมีวินัยเช่นนั้นในชีวิตของคุณด้วย เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปคริสตจักร คุณไป เพราะว่านั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำ ไม่ว่าจะมีสิ่งอื่นให้คิดถึงก็ตาม

 

                  <p>ยิ่งไปกว่านั้น ให้มีเวลาที่แน่นอนในการอธิษฐานและศึกษาพระคำ อย่าอธิษฐานหรือศึกษาพระคำด้วยความบังเอิญหรือแบบไม่จริงจัง ในเวลาที่คุณรู้สึกอยากทำเท่านั้น ให้สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของคุณ ทำให้เป็นวินัย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับชีวิตที่เกิดผลและประสบความสำเร็จ

<strong>คำอธิษฐาน<strong>

                  <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงแสดงให้ข้าพระองค์เห็นถึงความสำคัญของคุณธรรมที่เพิ่มให้กับความเชื่อของข้าพระองค์ พระวิญญาณแห่งความยอดเยี่ยมทำงานภายในข้าพระองค์เพื่อนำมาซึ่งวินัยและความสม่ำเสมอในชีวิตของข้าพระองค์ ทำให้ข้าพระองค์เกิดผลและเป็นคนที่ยอดเยี่ยม ในนามพระเยซู อาเมน

<strong>ศึกษาเพิ่มเติม: <strong> ดาเนียล 5:12-14; สดุดี 119:105


<a href=”http://rorthai.com/alatir/wp-content/uploads/2012/11/PastorChris02.jpg”><img src=”http://rorthai.com/alatir/wp-content/uploads/2012/11/PastorChris02.jpg” alt=”" title=”PastorChris02″ width=”92″ height=”140″ class=”alignleft size-full wp-image-548″/></a>พุธ ที่ 11 ตุลาคม 2017

<strong>ข้อความแห่งความรัก<strong>

A Message Of Love

“คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกับพระองค์โดยพระคริสต์ ไม่ทรงถือโทษในความผิดของพวกเขา และทรงมอบเรื่องราวการคืนดีนี้ให้เราประกาศ”

(2 โครินธ์ 5:19)

<!–more–>

 

                  <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ข้อความของข่าวประเสริฐนั้นง่ายมาก ข้อพระคำตอนต้นสรุปว่าเป็นข้อความแห่งความรัก ความรักไม่ถือโทษในความผิดของผู้ที่ทำผิด พระคำกล่าวว่าพระเจ้าไม่ทรงถือโทษในมนุษย์ นั่นคือข้อความที่พระองค์ได้สั่งให้เราประกาศให้แก่โลกนี้ พระเจ้าทรงทราบว่าพวกเขาจะหันจากความบาปของพวกเขาและตกหลุมรักกับพระองค์ถ้าพวกเขาได้ยินและยอมรับข่าวประเสริฐแห่งความรักของพระองค์

 

                  <p>เหตุผลที่โลกนี้ไม่รู้จักพระเจ้าก็เพราะว่าพวกเขาไม่รู้ว่าพระองค์ทรงรักพวกเขามากแค่ไหน ความรักทำให้เกิดความรัก เมื่อพวกเขาเข้าใจความรักของพระเจ้า พวกเขาจะตอบสนองเช่นนั้น นี่คือเหตุผลที่พระองค์บอกเราให้บอกโลกนี้ถึงความรักของพระองค์ คุณก็เช่นกันที่ครั้งหนึ่งมีคนประกาศข่าวประเสริฐให้แก่คุณก่อนที่คุณจะได้รับความรอด ดังนั้นหน้าที่ของคุณคือการนำข้อความเดียวกันแห่งความรักของพระองค์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณไปบอกจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก

 

                  <p>เป็นหน้าที่ของเรา คุณและข้าพเจ้า ที่จะบอกให้โลกนี้รู้ว่าถึงแม้ความบาปจะแยกมนุษย์ออกจากพระเจ้า พระเยซูได้นำการคืนดีกันมา และทำให้มนุษย์กับพระเจ้าคืนดีกันผ่านทางการเสียสละแห่งพระโลหิตของพระองค์ ผ่านการเสียสละนั้น พระองค์ได้ทำให้มนุษย์ทุกคนบริสุทธิ์และปราศจากโทษต่อพระเจ้า (เอเฟซัส 1:3) พระองค์ได้ทรงช่วยมนุษย์ทุกคนให้พ้นจากการครอบครองแห่งความมืด และในวันนี้ ใครก็ตามที่ต้อนรับพระองค์ ก็ได้รับชีวิตใหม่ เป็นชีวิตแห่งความชอบธรรม นี่เป็นข่าวดีที่พระองค์มอบหมายให้เราประกาศ

 

                  <p>เราเป็นทูตของพระเจ้า ได้รับการส่งออกไปในโลกเพื่อประกาศเรื่องการคืนดีกัน โลกนี้จะไม่ได้ยินหรือรู้ในสิ่งที่พระเจ้าได้ทำ ถ้าเราไม่ประกาศข่าวประเสริฐในทุกรูปแบบ นั่นเป็นเหตุผลที่คุณจะต้องเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ แบ่งปันข้อความแห่งความรักของพระคริสต์แก่โลกของคุณ และในที่ซึ่งไกลออกไป

<strong>ถ้อยคำแห่งความเชื่อ<strong>

                  <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พระคำของพระเจ้า ข่าวประเสริฐแห่งความรักของพระองค์ เป็นไฟที่ลุกโชนในกระดูกของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าไม่สามารถเงียบอยู่ได้ ข้าพเจ้าประกาศข้อความนี้ด้วยความร้อนรนและความมั่นใจ โดยรู้ว่านี่เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้าที่จะปลดปล่อยมนุษย์ออกจากความมืดสู่ความสว่าง และจากอำนาจของซาตานสู่พระเจ้า ในวันนี้ ข้าพเจ้าสำแดงความรู้ของพระคริสต์ ในทุกที่ที่ข้าพเจ้าไป ในนามพระเยซู อาเมน

<strong>ศึกษาเพิ่มเติม: <strong> ยอห์น 3:16; 1 ยอห์น 4:9-10


<a href=”http://rorthai.com/alatir/wp-content/uploads/2012/11/PastorChris02.jpg”><img src=”http://rorthai.com/alatir/wp-content/uploads/2012/11/PastorChris02.jpg” alt=”" title=”PastorChris02″ width=”92″ height=”140″ class=”alignleft size-full wp-image-548″/></a>อังคาร ที่ 10 ตุลาคม 2017

<strong>พระองค์ยังทรงเป็นสติปัญญาของคุณด้วย<strong>

He’s Also Your Wisdom

                  “เพื่อไม่ให้มนุษย์สักคนหนึ่งโอ้อวดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้ โดยพระองค์ ท่านทั้งหลายจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระปัญ-ญาจากพระเจ้าสำหรับเรา ทรงเป็นผู้ทำให้เราชอบธรรม ทรงเป็นผู้ชำระเราให้บริสุทธิ์ และทรงเป็นผู้ไถ่บาป” (1 โครินธ์ 1:29-30)

<!–more–>

 

                  <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เหมือนที่พระคริสต์ทรงเป็นชีวิตของคุณ (โคโลสี 3:3) และทรงเป็นความชอบธรรม การชำระ และการไถ่ของคุณ พระองค์ยังทรงเป็นสติปัญญาของคุณด้วย ในการที่พระองค์เป็นสติปัญญาของคุณหมายความว่าคุณเป็นผู้สำแดงสติปัญญาและความรู้ทั้งสิ้น เพราะว่าพระคำกล่าวไว้ว่าสติปัญญาและความรู้ทั้งสิ้นอยู่ในพระองค์ (โคโลสี 2:3) และพระองค์ทรงสถิตภายในคุณ

 

                  <p>เมื่อคุณพูดหรือทำสิ่งต่างๆ สติปัญญาได้รับการเห็นและได้ยิน คุณมีแนวความคิดที่ถูกต้อง เพราะว่าพระคริสต์ได้ทรงรับการแต่งตั้งให้เป็นสติปัญญาของคุณ ตระหนักในสิ่งนี้ ตอบสนองโดยการประกาศว่า “พระคริสต์ทรงเป็นสติปัญญาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายอดเยี่ยม และข้าพเจ้าทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม” บางคนอาจได้ยินคุณพูดแบบนี้และคิดว่าคุณมีความเย่อหยิ่ง แต่คุณไม่ได้เย่อหยิ่ง คุณกำลังสถาปนาความจริงเกี่ยวกับผู้ที่คุณเป็นในพระคริสต์

 

                  <p>พระวิญญาณแห่งสติปัญญาที่เปาโลได้พูดไว้ในเอเฟซัส 1:17 อยู่ภายในคุณ แม้ในเวลานี้ ประกาศว่าสติปัญญาของพระเจ้าได้รับการมองเห็นและได้ยินภายในคุณในวันนี้ และที่คุณจะจำเริญขึ้นโดยสติปัญญาในการดำเนินไปในน้ำพระทัยอันดีเลิศของพระเจ้า ยืนยันว่าพลังและการควบคุมในการอยู่ในศูนย์กลางแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า และมีสายตาที่จะมองเห็นความจริงแห่งแผ่นดินของพระเจ้าที่ทำงานอยู่ในชีวิตของคุณ

 

                  <p>ตระหนักและรู้ว่าคุณเต็มไปด้วยสติปัญญาของพระเจ้า ตอนนี้และอีกครั้งหนึ่ง ประกาศอย่างตั้งใจว่าสติปัญญาของพระเจ้าอยู่ในใจของคุณและอยู่ในปากของคุณที่คนอื่นจะได้ยินและได้เห็น!

 

<strong>ถ้อยคำแห่งความเชื่อ<strong>

                  <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ข้าพเจ้ามีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยม เพราะว่าพระคริสต์ทรงเป็นสติปัญญาของข้าพเจ้า! ข้าพเจ้าคิดต่างออกไป เพราะว่าพระคำของพระเจ้าได้ให้แนวความคิดใหม่แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีสติปัญญาของผู้ชอบธรรม ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าจำเริญขึ้นในน้ำพระทัยอันดีเลิศของพระเจ้า ข้าพเจ้าทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ในนามพระเยซู อาเมน

<strong>ศึกษาเพิ่มเติม: <strong> 1 โครินธ์ 2:12-13; ยากอบ 3:13


เสาร์ ที่ 30 กันยายน 2017
อธิษฐานมากขึ้น
Pray More
“จงชื่นชมยินดีในความหวัง จงสู้ทนต่อความยากลำบาก จงขะมักเขม้นอธิษฐาน” (โรม 12:12)
Continue reading


ศุกร์ ที่ 29 กันยายน 2017
ยืนในที่ของคุณในฐานะนักอธิษฐานวิงวอน
Take Your Place AsAn Intercessor
“ไม่มีคนกลางระหว่างเรา ผู้ซึ่งจะตัดสินให้เราทั้งสองได้” (โยบ 9:33)
Continue reading