เสาร์ ที่ 12 ธันวาคม 2015

มองเห็นด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณของคุณ
Seeing With Your Spiritual Eyes

“เหตุฉะนั้นเราจึงไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่ากายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในนั้นก็ยังคงจำเริญขึ้นใหม่ทุกวัน” (2 โครินธ์ 4:16)

    ถ้อยคำของพระวิญญาณโดยอาจารย์เปาโลใน 2 โครินธ์ 4:17-18 บอกให้เรารู้ว่าเราไม่ควรที่จะยอมแพ้หรืออ่อนระอาใจเมื่อเราต้องเผชิญกับความยากลำบาก พระคำกล่าวไว้ว่า “เพราะว่าการทุกข์ยากเล็กๆ น้อยๆ ของเรา ซึ่งเรารับอยู่ประเดี๋ยวเดียวนั้น จะทำให้เรามีศักดิ์ศรีถาวรมากหาที่เปรียบมิได้ เพราะว่าเราไม่ได้เห็นแก่สิ่งของที่เรามองเห็นอยู่ แต่เห็นแก่สิ่งของที่มองไม่เห็น เพราะว่าสิ่งของซึ่งมองเห็นอยู่นั้นเป็นของไม่ยั่งยืน แต่สิ่งซึ่งมองไม่เห็นนั้นก็ถาวรนิรันดร์”

อะไรก็ตามที่คุณอาจกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ ถ้าคุณคงรักษาความมั่นใจของคุณในพระคำ ประสบการณ์นั้นจะทำให้คุณมีศักดิ์ศรีถาวรมากหาที่เปรียบไม่ได้ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ก็เกิดขึ้นได้โดยที่คุณปฏิเสธที่จะมองดู “สิ่งที่มองเห็น แต่มองดูสิ่งที่มองไม่เห็น” นั่นหมายความว่าคุณไม่ควรใคร่ครวญถึงสิ่งที่เห็นได้ชัดด้วยตาหรือประสาทสัมผัส นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ “เห็น” หรือรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริง แต่คุณไม่รู้สึกหวั่นไหวไปกับสิ่งเหล่านั้น สายตาของคุณจับจ้องที่พระคำ

นี่คือสิ่งที่อับราฮัมได้ทำ เขาปฏิเสธที่จะคิดถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากที่เห็นอยู่ หรือสิ่งที่เขาสามารถมองเห็นและรู้สึกในโลกตามธรรมชาติ แต่เขาเข้มแข็งในความเชื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า (โรม 4:20) นี่เป็นวิธีที่พระเจ้าคาดหวังให้คุณดำเนินชีวิต คือการมองดูสิ่งที่มองไม่เห็น นั่นคือเวลาที่การอัศจรรย์เกิดขึ้น แล้วคุณจะสามารถมองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นได้อย่างไร? ถ้าไม่สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านั้นได้ คุณจะสามารถมองดูมันได้อย่างไร?

นั่นทำให้คุณรู้ว่าพระองค์กำลังพูดถึงการมองเห็นด้วยวิญญาณของคุณ สิ่งที่ยังมองไม่เห็นนั้นคือสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสไว้เกี่ยวกับคุณในพระคำของพระองค์ สิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาของคุณ แต่สิ่งเหล่านั้นก็มีอยู่จริง เช่นเดียวกันไม่ว่าคุณขออะไรจากพระเจ้า และรับไว้ด้วยวิญญาณของคุณ ก็เป็นจริง แม้ว่าคุณอาจจะไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกทางธรรมชาติของคุณก็ตาม ดังนั้นคุณรับเอาสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นของคุณด้วยวิญญาณของคุณ และปฏิเสธที่จะคิดถึงสถานการณ์รอบข้างที่อาจพยายามทำให้คุณเชื่ออีกแบบหนึ่งก็ตาม นั่นคือวิธีการในการทำให้เกิดผลได้

คำอธิษฐาน
ข้าแต่พระบิดา ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระคำของพระองค์ และความสามารถของพระคำที่ทำให้ข้าพระองค์มีชัยชนะในชีวิต และทำให้ลิขิตชีวิตของข้าพระองค์สำเร็จในพระองค์! โดยการกล่าวถ้อยคำของความเชื่อของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทำให้สถานการณ์ต่างๆ เป็นไปตามน้ำพระทัยอันสมบูรณ์แบบของพระองค์ที่มีสำหรับข้าพระองค์ ในนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม: ฮีบรู 11:6; มาระโก 11:23-24


Comments are closed