อาทิตย์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2014

คุณภาพของบุคลิกลักษณะของคุณ
The Quality Of Your Personality

“…เพราะว่าถ้าผู้ใดฟังพระวจนะ และไม่ได้ประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตัวในกระจกเงา เพราะว่าเมื่อดูตัวเองแล้วก็ไป และก็ลืมในทันทีนั้นว่าตัวเองเป็นอย่างไร” (ยากอบ 1:22-24)

    ข้อพระคัมภีร์ตอนต้นไม่ได้พูดถึงเกี่ยวกับภาพลักษณ์ ในรูปของภายนอกหรือภาพสะท้อนของคนที่กำลังมองตนเองในกระจก แต่คือ “รูปแบบ” หรือ “ชนิด” ของมนุษย์ ผู้ที่ปฏิบัติตามพระคำไม่ลืม “ชนิด” ของตนเอง: คุณภาพของบุคลิกลักษณะของเขา

คุณจะเข้าใจถึงสิ่งนี้ได้ดีขึ้นถ้าได้อ่านในข้อสิบแปด ซึ่งกล่าวว่า “โดยทรงตั้งพระทัยแล้ว พระองค์ก็ได้ทรงให้เราทั้งหลายบังเกิดโดยสัจวาทะ เพื่อเราทั้งหลายจะได้เป็นอย่างผลแรกแห่งสรรพสิ่งซึ่งพระองค์ทรงสร้าง” (ยากอบ 1:18)

พระเจ้าได้ให้กำเนิดแก่เราโดยพระคำแห่งความจริง นั่นคือข่าวประเสริฐของพระคริสต์ เพื่อที่เราจะมีรูปแบบหรือชนิดของผลแรกแห่งสรรพสิ่งซึ่งพระองค์ทรงสร้าง

เมื่อคุณบังเกิดใหม่คุณได้มีรูปแบบและคุณภาพใหม่ของชีวิต เป็นชีวิตแบบพระเจ้า 2 โครินธ์ 5:17 กล่าวว่า “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว” ในฐานะคนที่ถูกสร้างใหม่ในพระเยซูคริสต์ คุณคือความสมบูรณ์แบบของความงดงาม และสิ่งที่ดีที่สุดในทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง คุณอยู่เหนือกว่าซาตาน

ดังนั้นเมื่อคริสเตียนกล่าวว่า “ฉันต้องการการปลดปล่อยจากมารร้าย” นั่นเป็นเพราะว่าเขาลืมว่า “รูปแบบ” หรือ “ชนิด” ของคนที่เขาเป็น คุณจะต้องการการปลดปล่อยจากซาตานได้อย่างไรในเมื่อคุณอยู่เหนือกว่าซาตาน?

พระคัมภีร์กล่าวว่าคุณนั่งร่วมกับพระคริสต์ในสวรรค์ สูงยิ่งเหนือกว่าเทพผู้ครองและศักดิเทพทั้งปวง คุณอยู่ในตำแหน่งแห่งสิทธิอำนาจที่สูงที่สุดในพระเยซูคริสต์ สูงกว่าซาตานและทุกสิ่งที่เป็นของมัน

เรียนรู้จักคุณภาพแห่งบุคลิกลักษณะของคุณ นี่คือเหตุผลที่เรานำพระคำของพระเจ้ามาถึงคุณทุกวันบนพื้นฐานที่ต่างกัน เพื่อสอนคุณถึงตัวตนของคุณในพระคริสต์

คำอธิษฐาน
    ข้าแต่พระบิดา ขอบพระคุณพระองค์ที่ทำให้ข้าพระองค์เป็นเบื้องต้นและสิ่งที่ดีที่สุดในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ข้าพระองค์คือความสมบูรณ์แบบของความงดงาม ถูกตกแต่งเพื่อความยอดเยี่ยม ชีวิตของข้าพระองค์คือการสำแดงพระสิริและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ข้าพระองค์สำแดงความสมบูรณ์แบบและเปิดเผยถึงสติปัญญาของพระองค์แก่โลกนี้ ในนามพระเยซู อาเมน

ศึกษาเพิ่มเติม:: 1 โครินธ์ 2:7; มัทธิว 13:10-11


Comments are closed